Chapter 25 การยอมรับ
ภายในค่ายผู้อพยพของซิสเตอร์อลาน่าเวลานี้ขยายเนื้อที่เพิ่มขึ้นถึงห้าเท่าจากเมื่อตอนแรกเริ่ม บรรดาทหารผู้บาดเจ็บและผู้คนจากทั่วทวีปที่ได้รับบาดเจ็บหรือได้รับผลกระทบจากสงครามต่างหลั่งไหลมาที่แห่งนี้ เพราะชื่อเสียงของซิสเตอร์อลาน่าที่ขจรขจายไปทั่วทุกสารทิศ ต่างเล่าขานถึงสถานที่ที่คนทุกเชื้อชาติอยู่ร่วมกันอย่างไม่มีการแบ่งแยกเชื้อชาติศาสนา
กิจการที่เริ่มจากแค่กระโจมรักษาคนป่วยแค่สี่กระโจม เวลานี้กลับเติบโตอย่างรวดเร็วจนเพิ่มขึ้นมาถึงยี่สิบกระโจมและกำลังขยายออกไปเรื่อยๆ มีทั้งโรงครัว สวนเพาะปลูก โรงเลี้ยงสัตว์เพื่อผลิตไข่และนมหล่อเลี้ยงคนในค่าย กระโจมสอนหนังสือเด็ก โรงไม้สำหรับผลิตสิ่งของเครื่องใช้ในค่าย โดยบรรดาคนที่อพยพมาที่นี่ต่างก็นำความสามารถที่มีมาแต่เดิมของตนมาใช้ในค่ายด้วยความเต็มใจ ต่างคนต่างก็ช่วยเหลือซึ่งกันและกันโดยไม่สนใจเชื้อชาติศาสนาแต่เดิมของตน เพราะเห็นตัวอย่างการทุ่มเทแรงกายแรงใจของซิสเตอร์อลาน่าเป็นแบบอย่าง
ขณะที่ซิสเตอร์อลาน่ากำลังจดบันทึกเรื่องราวต่างๆภายในค่ายเพื่อรายงานความเป็นไปต่างๆในค่ายให้คาร์ดินัลมาร์สิลิโอ้และซิสเตอร์โรซาน่าทราบ ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอต้องปฏิบัติทุกเดือนตามเงื่อนไขที่คาร์ดินัลกำหนด จู่ๆเธอก็รู้สึกเหมือนถูกจ้องมอง จึงได้เงยหน้าขึ้น แล้วเธอก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นเด็กชายที่คุ้นตากำลังยิ้มกว้างเท้าคางจ้องมองเธออยู่
“โฮลี่!” ซิสเตอร์อลาน่าอุทานอย่างยินดี ทั้งประหลาดใจเพราะไม่คิดว่าจะได้เจอเด็กชายในค่ายอพยพ “หนูมาได้ยังไงจ๊ะ?”
โฮลี่ยิ้มจนตาปิด “สวัสดีครับซิสเตอร์ จริงๆผมก็ลงเรือมาพร้อมซิสเตอร์นะครับ เดินไปเดินมาในค่ายนี้ก็บ่อย แต่ซิสเตอร์น่าจะกำลังยุ่ง เลยไม่ได้สังเกตเห็นผม”
ซิสเตอร์อลาน่าพยักหน้าช้าๆ โฮลี่คงจะติดตามคณะนักบวชคณะใดคณะหนึ่งที่ออกเดินทางมาช่วยที่ฟีเลเซียเช่นกัน ซ้ำคาร์ดินัล มาร์สิริโอ้ก็มอบหมายให้คณะนักบวชชายผลัดเปลี่ยนกันมาช่วยดูแลเรื่องต่างๆในค่าย โฮลี่ก็คงจะติดสอยห้อยตามมาด้วย
“ขอโทษนะจ๊ะ ฉันมัวแต่ยุ่งกับค่ายผู้อพยพนี้ ไม่ทันได้สังเกตจริงๆ” ซิสเตอร์อลาน่ากล่าวด้วยความรู้สึกผิด
“ไม่เป็นไรเลยครับซิสเตอร์ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย” โฮลี่ยิ้มกว้าง “ที่จริงผมก็ไม่ได้ตั้งใจมากวนซิสเตอร์ทำงานนะครับ แต่เห็นว่าอะไรๆเริ่มเข้าที่เข้าทางแล้ว เลยอยากมาทักทายซิสเตอร์สักหน่อยครับ ผมไม่อยู่รบกวนซิสเตอร์นานหรอกนะครับ”
ซิสเตอร์อลาน่ายิ้มกว้าง “ฉันยินดีต้อนรับเธอเสมอจ๊ะ โฮลี่”
“จริงสิ วันนี้ผมได้ยินพวกที่เพิ่งมาจากแอนดิซองเขาพูดกันถึงข่าวมงคลที่แอนดิซอง ซิสเตอร์ได้ข่าวรึยังครับ?” โฮลี่ยันตัวขึ้นยื่นหน้าเข้ามาใกล้ทำมือป้องปากเหมือนกำลังบอกเรื่องลับที่สำคัญมากอย่างน่าเอ็นดูจนซิสเตอร์อลาน่าอดยิ้มขำไม่ได้
“ข่าวอะไรรึจ๊ะ?” ซิสเตอร์อลาน่าสงสัย เธอมัวแต่ยุ่งอยู่กับการดูแลผู้บาดเจ็บทั้งวัน จึงไม่ได้สนใจข่าวใดๆรอบตัว
“ข่าวเรื่องแอนดิซองกำลังจะจัดงานอภิเษกสมรสระหว่างเจ้าหญิงรัชทายาทวิโอเรียกับท่านแม่ทัพอองเดรไงครับ” โฮลี่กล่าวยิ้มๆ
“หืม?!” การแต่งงานของสองคนนี้เป็นสิ่งที่เหนือความคาดหมายของเธอจริงๆ เท่าที่เธอจำได้ จริงอยู่ว่าวิโอเรียแสดงออกอย่างเปิดเผยว่าพึงพอใจในตัวอองเดร ทว่าอองเดรเองก็แสดงออกอย่างเปิดเผยเช่นกันว่าไม่ต้องการข้องเกี่ยวกับวิโอเรียหากไม่จำเป็น “ฉันฟังไม่ผิดใช่ไหมจ๊ะ หรือเธอฟังมาผิดรึเปล่าจ๊ะ?”
“ไม่ผิดหรอกครับซิสเตอร์” โฮลี่กล่าวพลางหัวเราะคิกคัก เท้าคางพูดต่อ “เดี๋ยวข่าวก็ต้องเข้าหูซิสเตอร์บ้างแหละครับ ข่าวนี้ใหญ่มากใครๆก็พูดถึง จริงสิ วันนี้ผมว่าซิสเตอร์น่าจะได้เจออะไรที่น่าสนใจเป็นพิเศษนะครับ ข่าวว่ากองทัพฟูดินันที่ผลัดเปลี่ยนเดินทางมาจวนจะถึงแล้ว”
“อะไรที่น่าสนใจเป็นพิเศษคืออะไรจ๊ะ” ซิสเตอร์อลาน่ายิ้มถาม เรื่องวิโอเรียและอองเดร หากเป็นเรื่องจริง อีกไม่นานเดี๋ยวซิสเตอร์โรซาน่าคงจะแจ้งเธอให้ทราบ
“ก็เห็นว่าผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกองทัพมาใหม่ แล้วท่านฮารีซันจะเดินทางมาที่ค่ายนี้ก่อนด้วย ก็น่าจะมีอะไรๆน่าสนใจใช่ไหมละครับ ไม่งั้นจะตรงมาที่นี่ทำไม?” โฮลี่วิเคราะห์เป็นฉากๆ
“รู้จักท่านฮารีซันซะด้วย มีข่าวนู่นนี่เยอะจริงๆ เธอนี่แอบฟังผู้ใหญ่เขาคุยกันสินะ” ซิสเตอร์อลาน่าแสร้งตำหนิอย่างเอ็นดู
“ผมไปดีกว่า ไม่อยู่รบกวนซิสเตอร์แล้ว” โฮลี่พูดปนหัวเราะพลางโบกไม้โบกมือปฏิเสธ
“ซิสเตอร์อลาน่าคะ” ซิสเตอร์คนหนึ่งเดินเข้ามาเรียก “ท่านฮารีซันให้ทหารเซนทอร์มาแจ้งว่าอีกครึ่งชั่วยามจะมาถึงเขตฟีเลเซีย และจะขอเข้าพบซิสเตอร์ค่ะ”
“ได้สิจ๊ะ เดี๋ยวซิสเตอร์ช่วยจัดเตรียมที่พักและสำรับไว้ต้อนรับท่านฮารีซันด้วยนะจ๊ะ เดินทางมาไกลน่าจะเหนื่อย แล้วช่วยให้ใครมาตรวจนับยารักษาโรคต่างๆด้วย ท่านฮารีซันน่าจะนำสมุนไพรต่างๆจากฟูดินันมาเพิ่มให้ค่ายของเรา จริงสิ เดี๋ยวซิสเตอร์ช่วยไปส่งโฮ....” ซิสเตอร์อลาน่าหันไปทางเด็กชายแต่ก็ปรากฏว่าเด็กชายไม่อยู่เสียแล้ว “อ้าว ไปไหนเสียแล้ว เด็กคนนี้นี่ ไวจริงๆ”
“ซิสเตอร์หมายถึงใครรึคะ?” ซิสเตอร์เอ่ยถามพลางมองไปรอบๆกระโจมที่ว่างเปล่า
“หมายถึงเจ้าหนูโฮลี่หน่ะ”
“เจ้าหนูโฮลี่รึคะ?”
“จ๊ะ เด็กช่วยพิธีกรรมที่มากับคณะนักบวชชายหน่ะ ฉันคิดว่าจะให้ซิสเตอร์ช่วยไปส่งเขา แต่ไม่รู้ไปไหนเสียแล้ว ช่างเถอะจ๊ะ เขาน่าจะคุ้นเคยกับค่ายนี้พอสมควร เดี่ยวซิสเตอร์ช่วยไปเตรียมตามที่บอกนะจ๊ะ เดี๋ยวฉันตามไป”
“ค่ะ” ซิสเตอร์ขมวดคิ้วด้วยความสงสัยแต่ก็ไม่ได้เอ่ยใดๆอีกก่อนนะเดินออกจากกระโจมไป

